<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390</id><updated>2011-04-22T03:43:23.797+07:00</updated><title type='text'>It's so kool Blog</title><subtitle type='html'>the first thought of the rest of my life</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>25</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-6104242866465011416</id><published>2007-06-08T11:44:00.001+07:00</published><updated>2007-06-08T11:45:52.654+07:00</updated><title type='text'>หนีตาม....</title><content type='html'>คนอื่นๆ เค้าย้ายบ้านกันหมดแล้ว ด้วยเหตุนี้ผมก็ขออนุญาตหนีตามเขาเหล่านั้นไปด้วยคนครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านใหม่อยู่ที่ &lt;a href="http://lukasti.wordpress.com"&gt;lukasti.wordpress.com&lt;/a&gt; ครับ ขอเชิญแวะไปเยี่ยมชมได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-6104242866465011416?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/6104242866465011416/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=6104242866465011416&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/6104242866465011416'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/6104242866465011416'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2007/06/blog-post_08.html' title='หนีตาม....'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-116011226416265403</id><published>2006-10-06T09:24:00.000+07:00</published><updated>2006-10-06T12:38:36.753+07:00</updated><title type='text'>Re: Hello…Mr. Armed – Messiah</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สืบเนื่องจาก บทความเรื่อง &lt;/span&gt;&lt;a href="http://babbirdbird.blogspot.com/2006/09/hellomr-armed-messiah-1.html"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"Hello…Mr. Armed – Messiah"&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับความคิดของคุณปราชญ์ เจ้าของบทความนะครับ แต่อยากจะขอคิดต่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้นกำเนิดของประชาธิปไตยอาจจะมาจากมุมใดมุมหนึ่งของโลก ผ่านการพัฒนา เปลี่ยนแปลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า&lt;br /&gt;เมื่อมิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกในแผ่นดินประเทศไทย จึงต้องถามว่า สิ่งที่สยามประเทศรับมา เป็น "ชื่อ" ประชาธิปไตย หรือ "แนวคิด" เรื่องประชาธิปไตย? คนทั่วไป "รู้จัก" และ "เข้าใจ" ประชาธิปไตย มากน้อยเพียงไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับตั้งแต่ปี &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2475 &lt;/span&gt;ที่ราชอาณาจักรสยามเปลี่ยนระบอบการปกครอง บางสิ่งเปลี่ยนแปลง บางสิ่งยังคงอยู่&lt;br /&gt;สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ "อำนาจอธิปไตย" ที่กลายมาเป็นของปวงชน แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยน คือ "การใช้อำนาจอธิปไตย"&lt;br /&gt;คนไทยไม่เคยชินกับการใช้ "อำนาจอธิปไตย" จึงคอยแต่จะยกอำนาจนั้นให้แก่ "ผู้ปกครอง" อยู่ร่ำไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"ประชาธิปไตย" มิได้เกิดขึ้นมาลอยๆ หากแต่เกิดขึ้นมาเพราะคนเรา "เชื่อ" ว่าเราสามารถปกครองตนเองได้ ความเชื่อนี้กฎหมายบังคับให้เชื่อไม่ได้นะครับ หากคนจำนวนมากไม่ได้เชื่อเช่นนี้ ต่อให้รัฐธรรมนูญบัญญัติอย่างไรก็มิอาจเป็นประชาธิปไตยได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;แม้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญจะมีอยู่ว่า "บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน" แต่ด้วยความเขลาเบาปัญญาของผม จึงมิอาจทราบได้ว่า แล้วในความเป็นจริงที่มิได้อยู่ในกฎหมาย "บุคคล" แต่ละคน "เสมอกัน" หรือไม่? แต่จะขอสมมติไปพลางๆ ก่อนว่า ไม่เสมอกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเดาว่า คนไทยจำนวนมากไม่รู้สึกว่า คนเราทุกคนล้วนแล้วแต่ "เสมอกัน" และ "เท่าเทียมกัน" เมื่อไม่เคยปกครองตนเอง ก็ไม่รู้จะปกครองตนเองอย่างไร ซ้ำร้ายกว่านั้น บางทีคนไทยอาจจะไม่เชื่อว่า เราปกครองตนเองได้ ดังนั้น คนไทยอาจจะรู้จักประชาธิปไตยดีก็ได้ แต่เมื่อไม่เชื่อว่า คนเราปกครองตนเองได้ และ "ต้อง" ปกครองตัวเอง คนไทยจึงพอใจที่จะให้คนอื่นเอาอำนาจของตนเองไปใช้มากกว่า ตราบใดที่ยังมีข้าวกิน ไข่ยังราคาเท่าเดิม ใครจะกุมอำนาจในรัฐบาลก็ช่างหัวมัน เพราะนี่คือ "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" คนไทยทำอะไรง่ายๆ สบายๆ อยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ดังนั้น ผมจึงเชื่อว่า "การรอคอยเมสไซอาห์ทางการเมืองการปกครอง" ที่คุณปราชญ์พูดถึงนั้น มิได้เพิ่งเกิดขึ้น หากแต่คงอยู่มายาวนานจนกลายเป็นความเคยชินของคนไทยไป คนไทยรอ "เมสไซอาห์" มานานแล้ว และจะยังคงรอต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คนไทยไม่ได้งอมืองอเท้านะครับ แต่คนไทยเป็น "คนช่างฝัน" ต่างหาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่คุณปราชญ์สรุปว่า "ผมเชื่อว่าเมสไซอาห์ที่ดีที่สุดน่าจะเป็นตัวตนของเราแต่ละคนเอง กระบวนการตรวจสอบทางการเมืองที่เข้มแข็งที่สุดไม่ใช่ศาลหรือองค์กรใดใด หากแต่เป็นตัวประชาชนที่มีความรู้และความเข้าใจในสิทธิ์ที่ตนมี สามารถบริหารใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องล้าสมัยที่ทำให้ดูราวกับว่าเรากำลังอาศัยอยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อนนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นมาอีก" ผมขอยกสองมือเห็นด้วย แต่คำถามสำคัญก็คือ แล้วต้องทำอย่างไร คนไทยจึงจะเชื่อว่า เราสามารถปกครองตนเองได้ หรือ "เมสไซอาห์ที่ดีที่สุดน่าจะเป็นตัวตนของเราแต่ละคนเอง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือว่าต้องรอ "เมสไซอาห์" จุติลงมาบอกอีก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-116011226416265403?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/116011226416265403/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=116011226416265403&amp;isPopup=true' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/116011226416265403'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/116011226416265403'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2006/10/re-hellomr-armed-messiah.html' title='Re: Hello…Mr. Armed – Messiah'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-115397949328648514</id><published>2006-07-27T12:45:00.000+07:00</published><updated>2006-07-27T12:51:33.310+07:00</updated><title type='text'>รัสเซียกับการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจ</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อกล่าวถึง “ประเทศมหาอำนาจทุนนิยม” เราจะนึกถึง “กลุ่มประเทศ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;G8&lt;/span&gt;” ขึ้นมาเป็นลำดับแรก กลุ่มประเทศ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;G8&lt;/span&gt; หรือ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;Group of&lt;/span&gt; &lt;span style="font-size:100%;"&gt;Eight &lt;/span&gt;ประกอบด้วยสมาชิก &lt;span style="font-size:100%;"&gt;8&lt;/span&gt; ประเทศ ได้แก่ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา แม้ว่ากลุ่ม &lt;span style="font-size:100%;"&gt;G8&lt;/span&gt; จะเป็นการรวมกลุ่มอย่างไม่เป็นทางการ โดยมิได้มีการจัดตั้งองค์กรถาวร หรือมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ ระหว่างกัน แต่เรามิสามารถปฏิเสธได้ว่า กลุ่ม G8 เป็นกลุ่มประเทศที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนการค้าร้อยละ 49 ของการค้าทั้งโลก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 51 ของผลผลิตรวมทั้งโลก และมูลค่าทรัพย์สินร้อยละ 49 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ภายหลังการสิ้นสุดยุคสงครามเย็น รัสเซียเข้าร่วมในการประชุมของกลุ่ม G7 เดิม โดยเข้าประชุมร่วมกับกลุ่มประเทศ G7 ครั้งแรกในปี 2537 ต่อมาจึงเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม G8 ในปี 2541 ตามข้อเสนอของรัฐบาลสหรัฐฯ ยุคประธานาธิบดี Bill Clinton เพื่อเป็นการให้รางวัลรัสเซียที่อดีตประธานาธิบดี Boris Yeltsin ปฏิรูประบบการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยและปฏิรูประบบเศรษฐกิจไปสู่ระบบตลาดเสรี รวมทั้งวางตัวเป็นกลางต่อการขยายสู่ตะวันออกขององค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organization) หรือ NATO&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อย่างไรก็ตาม มีหลายฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเข้าร่วมกลุ่ม G8 ของรัสเซีย เนื่องจากสาเหตุอย่างน้อย 2 ประการ ประการแรก รัสเซียเพิ่งเริ่มต้นปฏิรูประบบการเมือง จึงมิได้เป็นประชาธิปไตยเต็มตัวดังเช่นสมาชิกชาติอื่นๆ ประการที่สอง รัสเซียมิได้เป็นประเทศที่ร่ำรวยทัดเทียมประเทศสมาชิกอื่นๆ โดยขนาดเศรษฐกิจของรัสเซียเมื่อวัดจาก GDP อยู่เพียงลำดับที่ 14 เท่านั้น นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 วุฒิสมาชิก Joe Lieberman และ John McCain ของสหรัฐฯ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัสเซียออกจากกลุ่มประเทศ G8 ทั้งนี้เนื่องจากรัสเซียภายใต้การนำของ&lt;/span&gt;&lt;a name="OLE_LINK2"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a name="OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ประธานาธิบดี &lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;Vladimir Putin มิได้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและมิได้ให้เสรีภาพทางการเมืองแก่ประชาชนอย่างเพียงพอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในเดือนกรกฎาคม 2549 รัสเซียได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำ G8 เป็นครั้งแรก การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ระหว่างวันที่ 15 – 17 กรกฎาคม 2549 แม้ว่าประเด็นหลักที่ประธานาธิบดี Vladimir Putin เสนอในที่ประชุมจะได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน โรคติดต่อ และการศึกษา แต่สิ่งที่ประเทศมหาอำนาจและประเทศอื่นๆ ให้ความสนใจมากกว่าคือ บทบาทและการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจของรัสเซีย ที่นับวันจะยิ่งขยายอิทธิพลออกนอกประเทศและมีบทบาทขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.      เสาหลักที่รัสเซียใช้เป็นปัจจัยค้ำยันอำนาจต่อรอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในทางเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศนั้น เสาหลักของรัฐทุนนิยมที่ใช้ในการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจกับรัฐอื่นๆ อาจแบ่งได้เป็น 6 เสาหลัก ได้แก่ การค้าและการผลิต การเงิน ความรู้และเทคโนโลยี วัฒนธรรม การสื่อสาร และกองทัพ ความเข้มแข็งของเสาหลักทั้ง 6 เสานี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดอำนาจในการต่อรอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แม้ว่าเสาหลักต่างๆ ที่รัสเซียใช้ จะมิได้ใช้เพื่อต่อรองโดยตรงกับประเทศมหาอำนาจต่างๆ ทั้งหมด แต่เสาหลักเหล่านี้ล้วนทำให้รัสเซียสามารถใช้เป็นปัจจัยค้ำยันอำนาจต่อรองของตนกับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจโดยอ้อมนั่นเอง เสาหลักที่รัสเซียใช้มีอย่างน้อย 5 เสาหลัก ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.1   การผลิตและการค้า&lt;br /&gt;เศรษฐกิจของรัสเซียเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 6 ต่อปีนับจากปี 2542 จนทำให้รัสเซียมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจรวมถึงร้อยละ 65 เมื่อปีที่ผ่านมา แม้ว่าธุรกิจต่างๆ ของรัสเซียจะเติบโตขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ การค้าปลีก การกลั่นสุรา อาหารแปรรูป และสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค แต่ปัจจัยหลักเกิดจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัสเซียได้เงินจำนวนมหาศาลจากการเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นอกจากเงินมหาศาลที่ได้จากการผลิตและค้าน้ำมันแล้ว ปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กัน การผลิตน้ำมันของรัสเซียเคยลดลงเป็นอย่างมากนับจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเริ่มผลิตมากขึ้นอีกครั้งจนเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากซาอุดิอาระเบียเมื่อปีที่แล้ว เมื่อผนวกเข้ากับแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ได้รับการยืนยันแล้วมีมากกว่าอิหร่านที่ตามมาเป็นลำดับ 2 ถึงเท่าตัว ทำให้รัสเซียเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลด้านพลังงานมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ทั้งกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน ต่างก็ต้องพึ่งพารัสเซียในด้านพลังงานทั้งสิ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความหวั่นเกรงของสหรัฐฯ ที่มีต่อรัสเซียในด้านพลังงานนั้น เห็นได้อย่างชัดเจนจากคำกล่าวของนาย Dick Cheney ที่ต้องการให้รัสเซียหยุดการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นเครื่องมือบีบบังคับและสร้างอำนาจต่อรองเหนือประเทศคู่ค้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในด้านการค้านั้น แม้ว่ารัสเซียจะยังมิได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก แต่การค้าของรัสเซียก็ขยายตัวในอัตราสูง โดยเฉพาะการค้ากับจีนซึ่งเป็นหอกข้างแคร่ของสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2549 การค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้นเกินกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในปีที่แล้วมูลค่าการค้าระหว่างรัสเซียกับจีนมีมูลค่าสูงถึง 29.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศเป็นการเพิ่มอำนาจเชิงสัมพัทธ์ให้แก่รัสเซียในการเจรจาต่อรองกับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.2   การเงิน&lt;br /&gt;รัฐบาลรัสเซียมีงบประมาณเกินดุลติดต่อกันมาแล้ว 6 ปี ทำให้สามารถตกลงจ่ายหนี้เร่งรัดการต่างประเทศก่อนกำหนดได้เป็นมูลค่ามหาศาล แม้ว่าการใช้หนี้ดังกล่าวอาจมิได้เพิ่มอำนาจต่อรองให้แก่รัสเซียโดยตรง แต่ถ้าคิดในมุมกลับจะพบว่า การที่รัสเซียสามารถใช้หนี้ได้ เท่ากับเป็นการลดปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจของประเทศเจ้าหนี้ลงได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.3   ความรู้และเทคโนโลยี&lt;br /&gt;ความรู้และเทคโนโลยีของรัสเซียที่เป็นมรดกตกทอดมาจากยุคสงครามเย็นประการหนึ่ง คือ ความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ แม้ว่าสหรัฐฯ จะเป็นผู้ผลิตพลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดในโลก แต่ยังคงต้องพึ่งพาแร่ยูเรเนียมซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญจากรัสเซียเป็นหลัก โดยนำเข้ายูเรเนียมเข้มข้นและยูเรเนียมปรับสภาพจากรัสเซียร้อยละ 55 และ 30 ของการนำเข้าทั้งหมด ความได้เปรียบเรื่องวัตถุดิบของรัสเซียเอื้ออำนวยให้มีการพัฒนาความรู้และเทคโนโลยี และสร้างอำนาจต่อรองในเรื่องพลังงานนิวเคลียร์เป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;ในการประชุมผู้นำ G8 ทั้งสหรัฐฯ และรัสเซียบรรลุข้อตกลงในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ ตามแผนงานดังกล่าว ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นที่ 4 ตั้งศูนย์เพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียม และธนาคารเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพลังงานปรมาณูสากล (International Atomic Energy Agency: IAEA) ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศทำให้ควบคุมเทคโนโลยี ตลอดจนอาวุธนิวเคลียร์มิให้ถึงมือกลุ่มผู้ก่อการร้าย&lt;br /&gt;ในทางหนึ่งรัสเซียสร้างความร่วมมือกับสหรัฐฯ แต่ในอีกทางหนึ่ง รัสเซียยื่นข้อเสนอให้อิหร่านสามารถพัฒนาการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ในรัสเซียได้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาของประเทศอื่นๆ ที่มองว่า อิหร่านกำลังลอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐฯ พึงพอใจกับท่าทีของรัสเซียในการยื่นความช่วยเหลือดังกล่าว แต่ก็ย่อมทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองมากขึ้นตามไปด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.4   กองทัพ&lt;br /&gt;เสาหลักด้านกองทัพมิได้เป็นประเด็นที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดดังเช่นในยุคสงครามเย็น แต่ใช่ว่าอำนาจทางการทหารของรัสเซียจะหมดไป นอกเหนือจากศักยภาพในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์แล้ว รัสเซียยังคงมีการซ้อมรบร่วมกับจีนที่มิได้ยอมอ่อนข้อต่อสหรัฐฯ ซึ่งหากเราเชื่อว่า “ศัตรูของศัตรูคือมิตร” การซ้อมรบร่วมกันระหว่างรัสเซียและจีน ย่อมสร้างความกังวลต่อสหรัฐฯ โดยมิต้องสงสัย&lt;br /&gt;การพัฒนาการผลิตอาวุธและอำนาจทางกองทัพของรัสเซียยังเกิดขึ้นโดยอ้อม ผ่านการขายอาวุธให้ประเทศต่างๆ รวมถึงลูกค้ารายใหญ่เช่นจีน ซึ่งยังคงต้องการเทคโนโลยีอาวุธที่ทันสมัยที่สุดจากรัสเซีย นอกจากนี้ รัสเซียยังตกลงขายอาวุธให้ซีเรีย และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการขายอาวุธให้แก่กลุ่มฮามาส เมื่อรัฐบาลรัสเซียเชิญผู้นำกลุ่มฮามาสที่สหรัฐฯ ขึ้นชื่อไว้ในบัญชีดำมาเยือนรัสเซียภายหลังจากการชนะการเลือกตั้งในปาเลสไตน์ เสาหลักทางกองทัพที่เข้มแข็ง หยั่งรากลึก และแผ่อิทธิพลไปรอบด้านย่อมเป็นสิ่งที่ประเทศมหาอำนาจทุกประเทศจำเป็นต้องจับตามองด้วยความระมัดระวัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.5   การสื่อสาร&lt;br /&gt;ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่เป็นหนามยอกอกของประเทศมหาอำนาจโดยเฉพาะสหรัฐฯ ผลประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมันในภูมิภาคนี้เป็นที่ต้องการของหลายๆ ประเทศ แต่ประเทศมหาอำนาจเช่นสหรัฐฯ มิอาจสร้างความเชื่อใจแก่ประเทศตะวันออกกลางได้มากนัก รัสเซียใช้เสาหลักทางด้านการสื่อสารโดยสถานีโทรทัศน์ RIA Novosti ซึ่งเป็นกิจการของรัฐบาลรัสเซีย วางแผนการลงทุนสร้างช่องข่าวภาคภาษาอาหรับ การใช้เสาหลักทางด้านการสื่อสารดังกล่าวสามารถทำให้รัสเซียสามารถขยายอิทธิพลเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง และถ่วงดุลการแผ่อำนาจเหนือภูมิภาคดังกล่าวของประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ผ่านการสื่อสารอย่างได้ผล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;2.      พลังอำนาจในการต่อรอง&lt;br /&gt;พลังอำนาจในการต่อรองในทางเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ อำนาจเชิงสัมพัทธ์ (Relational Power) และอำนาจเชิงโครงสร้าง (Structural Power)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อำนาจเชิงสัมพัทธ์ เป็นอำนาจหรือความได้เปรียบที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งสามารถใช้ในการเจรจาต่อรองเพื่อบีบบังคับให้อีกฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนแปลงในประเด็นใดประเด็นหนึ่งตามที่ต้องการ ขณะที่อำนาจเชิงโครงสร้าง เป็นอำนาจที่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือกำหนดโครงสร้างทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นระดับรัฐหรือระดับโลก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;พลังอำนาจในการต่อรองกับประเทศต่างๆ ของรัสเซียนั้นเข้าข่ายของอำนาจเชิงสัมพัทธ์มากกว่าอำนาจเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้เนื่องจากรัสเซียใช้พลังอำนาจของตนในการต่อรอง กดดัน และบีบบังคับประเทศอื่นๆ มากกว่าจะใช้ในการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประเทศนั้นๆ อำนาจเชิงสัมพัทธ์ดังกล่าวเกิดจากเสาหลักต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมา โดยเฉพาะเสาหลักด้านการผลิตและการค้า รัสเซียสามารถเปลี่ยนทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของประเทศให้กลายเป็นพลังอำนาจต่อรองอันทรงประสิทธิภาพ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt; ตัวอย่างของการใช้พลังงานเป็นอำนาจเชิงสัมพัทธ์ของรัสเซียมีหลายตัวอย่าง เช่น การขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติที่ส่งออกไปยังอดีตประเทศบริวารอย่างยูเครนถึงร้อยละ 400 เพื่อเป็นการ “สั่งสอน” ยูเครนที่ “ตีตัวออกห่าง” รัสเซียโดยการเข้าเป็นสมาชิก NATO ซึ่งจะทำให้พรมแดนรัสเซียถูกล้อมกรอบโดยประเทศสมาชิก NATO หรือการเลือกที่จะวางท่อส่งน้ำมันหลักไปยังนาค็อดนาเพื่อขายให้แก่ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐฯ แทนที่จะวางท่อส่งน้ำมันยาว 4,100 กิโลเมตรจากไซบีเรียไปยังจีนตามที่จีนต้องการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อำนาจเชิงสัมพัทธ์ของรัสเซียสร้างอำนาจต่อรองให้รัสเซียในการเจรจากับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ โดยอ้อม โดยเป็นแรงหนุนให้รัสเซีย “เสียงดัง” ขึ้นมาในกลุ่ม G8 ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่ประเทศมหาอำนาจเอง ก็ถูกรัสเซียใช้อำนาจเชิงสัมพัทธ์ด้วย เช่น ประเทศมหาอำนาจในยุโรปยังคงต้องนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงจากรัสเซียเป็นหลัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อำนาจเชิงสัมพัทธ์ของรัสเซียนี้ ทำให้ประเทศมหาอำนาจที่ไม่พอใจท่าทีบางประการของรัสเซีย ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มปากนัก เช่น นาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แม้จะไม่เห็นด้วยกับนโยบายบางอย่างของนาย Putin แต่ก็ไม่สามารถตำหนิอย่างรุนแรงได้ ทั้งนี้เนื่องจากทั้งการเมืองและเศรษฐกิจของรัสเซียกับเยอรมนีมีความเกี่ยวพันกันอยู่มาก ตั้งแต่การที่รัสเซียไม่ขัดขวางการรวมชาติของเยอรมนีในปี 2532 รวมถึงการพึ่งพาทรัพยากรเชื้อเพลิงและการลงทุนของธุรกิจเยอรมนีในรัสเซียในปัจจุบัน หากเกิดปัญหาขึ้นกับรัสเซีย ย่อมทำให้เยอรมนีต้องพลอยกระทบกระเทือนไปด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;3.      ประโยชน์เชิงปฏิสัมพันธ์ที่รัสเซียได้รับ&lt;br /&gt;รัสเซียต้องการอะไรจากการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจกับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ? อย่างน้อยที่สุด รัฐบาลมอสโกน่าจะต้องการคานอำนาจของรัฐบาลวอชิงตัน โดยสร้างขั้วอำนาจขึ้นถ่วงดุลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกันกับที่ฝรั่งเศสภายใต้การนำของประธานาธิบดี Jacques Chirac ต้องการแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;รัสเซียถูกประเทศมหาอำนาจอื่นๆ โจมตีอย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องการบริหารประเทศที่ “ไม่เป็นประชาธิปไตย” ของนาย Putin โดยการรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ทำให้สภาผู้แทนราษฎร หรือ ดูมา เป็นแค่สภาตรายาง รวมถึงเรื่องเสรีภาพของทั้งสื่อและประชาชน ขณะที่ในทางเศรษฐกิจนั้น ประธานาธิบดีรัสเซียยึดกิจการสำคัญๆ ที่เคยแปรรูปเป็นของเอกชน กลับมาเป็นกิจการของรัฐ รวมถึงบริษัทค้าน้ำมันยูคอส โดยปัจจุบัน บริษัทในความควบคุมของรัฐบาลรัสเซียมีสัดส่วนถึงร้อยละ 40 ของระบบเศรษฐกิจและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ประเด็นอื่นๆ เช่น การคอร์รัปชั่น ที่รัสเซียมีความโปร่งใสในลำดับที่ 106 จาก 117 ประเทศ หรือการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินที่รัสเซียอยู่ในลำดับที่ 108 ย่อมสร้างความไม่พึงพอใจจากประเทศสมาชิกกลุ่ม G8&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า การใช้อำนาจเชิงสัมพัทธ์ผ่านความเข้มแข็งของเสาหลักของรัสเซียนั้น ทำให้รัสเซียค่อยๆ กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ดังเช่นที่เคยเป็นในสมัยสหภาพโซเวียตมากขึ้นเรื่อยๆ การสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจของรัสเซีย ซึ่งรวมไปถึงการสนับสนุนเกาหลีเหนือ และบางประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อ “งัดข้อ” กับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า อาจก่อให้เกิดสงครามเย็นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้.&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-115397949328648514?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/115397949328648514/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=115397949328648514&amp;isPopup=true' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/115397949328648514'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/115397949328648514'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2006/07/blog-post.html' title='รัสเซียกับการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจ'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-114654848866919541</id><published>2006-05-02T12:40:00.000+07:00</published><updated>2006-05-03T15:23:15.966+07:00</updated><title type='text'>เมื่อเรารักกัน</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อเรารักกัน&lt;br /&gt;เราต่างจับมือข้างหนึ่งของกันและกันไว้&lt;br /&gt;เพราะความรักเปรียบเสมือนการเดินจูงมือ&lt;br /&gt;เป็นความยินยอมพร้อมใจที่จะดูแลมือข้างหนึ่ง&lt;br /&gt;ครึ่งหนึ่งของชีวิตคนที่ร่วมทางไปกับเรา&lt;br /&gt;และความไว้ใจ ที่จะให้อีกคนดูแลมือข้างหนึ่ง&lt;br /&gt;ครึ่งหนึ่งของชีวิตเราเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเรารักกัน&lt;br /&gt;เราต่างจับมือข้างหนึ่งของกันและกันไว้&lt;br /&gt;แทนคำสัญญามากมายร้อยพัน&lt;br /&gt;ว่าเราจะอยู่เคียงข้างกัน&lt;br /&gt;เมื่อเราเดินจับมือกัน เราต่างเดินเคียงข้างกันไป&lt;br /&gt;ไม่ต้องมีใครนำหน้า และไม่ต้องมีใครตามหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเรารักกัน&lt;br /&gt;เราต่างจับมือข้างหนึ่งของกันและกันไว้&lt;br /&gt;ต่างคนต่างได้สัมผัสอันอบอุ่นจากอุ้งมือของอีกฝ่าย&lt;br /&gt;มือที่จับกันไว้&lt;br /&gt;ทำให้เรารู้ว่า เรามีกันและกัน&lt;br /&gt;แต่เรายังเหลือมืออีกข้าง&lt;br /&gt;เพื่อจะทำสิ่งต่างๆ มากมายที่ชีวิตเราจำเป็นต้องทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเรารักกัน&lt;br /&gt;เราต่างจับมือข้างหนึ่งของกันและกันไว้&lt;br /&gt;ไม่จำเป็นต้องเกาะกุมมือทั้งสองข้าง&lt;br /&gt;เพราะเมื่อเราพลาดพลั้งล้มลง&lt;br /&gt;จะไม่มีใครเหลือมือเพื่อยันกายลุกขึ้น&lt;br /&gt;และฉุดดึงเราทั้งสองขึ้นมาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเรารักกัน&lt;br /&gt;เราต่างจับมือข้างหนึ่งของกันและกันไว้…&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-114654848866919541?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/114654848866919541/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=114654848866919541&amp;isPopup=true' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114654848866919541'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114654848866919541'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2006/05/blog-post.html' title='เมื่อเรารักกัน'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-114603076197398729</id><published>2006-04-26T12:36:00.000+07:00</published><updated>2006-04-26T14:01:56.316+07:00</updated><title type='text'>adieu Zizou!</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/1600/Zinedine_Zidane.0.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/320/Zinedine_Zidane.0.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไข่มุกดำ เปเล่ เคยทำนายไว้ก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี &lt;span style="font-size:100%;"&gt;1996&lt;/span&gt; ที่อังกฤษว่า ขอให้จับตาดูกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า &lt;span style="font-size:100%;"&gt;Zinedine Zidane&lt;/span&gt; ให้ดี เพราะมิดฟิลด์เจ้าของฉายา &lt;span style="font-size:100%;"&gt;"&lt;/span&gt;พลาตินี่ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2"&lt;/span&gt; จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่โลกลูกหนังอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เปเล่ทายไม่ถูก เพราะบอลยูโรปีนั้น ซีดานและพลพรรคทีมตราไก่ตกรอบรองชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย และซีดานก็มิได้โชว์ฟอร์มการเล่นที่เปล่งประกายใดๆ มากนัก แต่เปเล่ก็มิได้ทายผิด เพราะสองปีหลังจากนั้น ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศส โลกก็ได้รับรู้ว่า ราชันลูกหนังคนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ถ้าสองประตูในนัดชิงชนะเลิศกับบราซิลเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่ การพาทีมคว้าแชมป์ยูโรปี &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2000&lt;/span&gt; ก็เป็นตำนานบทต่อมาที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน ในขณะที่ การตกรอบแรกในฟุตบอลโลกปี &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2002&lt;/span&gt; ยิ่งตอกย้ำให้เห็นเด่นชัดว่า &lt;span style="font-size:100%;"&gt;"&lt;/span&gt;ตำนานที่ยังมีชีวิต&lt;span style="font-size:100%;"&gt;"&lt;/span&gt; คนนี้มีความสำคัญต่อทีมชาติฝรั่งเศสมากเพียงใด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แชมป์กัลโช่เซเรีย อา &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2&lt;/span&gt; ครั้งกับยูเวนตุส แชมป์ลา ลีกา &lt;span style="font-size:100%;"&gt;1&lt;/span&gt; ครั้งกับ รีล มาดริด บวกกับประตูสุดสวยในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกที่ทำให้ราชันชุดขาวชนะไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นเมื่อปี &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2002&lt;/span&gt; ย่อมเป็นเครื่องรับประกันคุณภาพฝีเท้าของวาทยกรลูกหนังคนนี้ได้เป็นอย่างดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ครั้งหนึ่ง โลกลูกหนังเคยสยบลงอยู่แทบเท้าของจอมทัพทีมชาติฝรั่งเศส แต่หลังจากบอลโลกปีนี้ ภาพเช่นนั้นคงเป็นเพียงอดีต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;adieu Zizou!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;Zinedine Zideane - Honours&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;With the French national team:&lt;br /&gt;FIFA World Cup Winner: 1998&lt;br /&gt;European Championship Winner: 2000&lt;br /&gt;With Juventus:&lt;br /&gt;European Super Cup: 1996&lt;br /&gt;Intercontinental Cup: 1996&lt;br /&gt;Serie A champions: 1996/1997, 1997/1998&lt;br /&gt;Italian Super Cup: 1997&lt;br /&gt;With Real Madrid&lt;br /&gt;UEFA Champions League: 2001/2002&lt;br /&gt;Intercontinental Cup: 2002&lt;br /&gt;Spanish League - La Liga champions: 2002/2003&lt;br /&gt;Personal honours:&lt;br /&gt;FIFA World Player of the Year: 1998, 2000, 2003&lt;br /&gt;European Footballer of the Year (Ballon d'Or): 1998&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-114603076197398729?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/114603076197398729/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=114603076197398729&amp;isPopup=true' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114603076197398729'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114603076197398729'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2006/04/adieu-zizou.html' title='adieu Zizou!'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-114550435966206458</id><published>2006-04-20T10:34:00.000+07:00</published><updated>2006-04-20T10:39:19.676+07:00</updated><title type='text'>Thailand-Australia FTA</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ข้อตกลงการค้าเสรีไทย - ออสเตรเลีย: รายงานและบทวิเคราะห์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.thailandwto.org/Doc/Pub/PubData/12_ThaiAusFTAs.pdf"&gt;http://www.thailandwto.org/Doc/Pub/PubData/12_ThaiAusFTAs.pdf&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ลองเข้าไปอ่านดูได้นะครับ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-114550435966206458?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/114550435966206458/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=114550435966206458&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114550435966206458'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114550435966206458'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2006/04/thailand-australia-fta.html' title='Thailand-Australia FTA'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-114221105065058423</id><published>2006-04-05T07:43:00.000+07:00</published><updated>2006-04-05T09:55:25.720+07:00</updated><title type='text'>จาก ซาอิ ถึง แอร์ดิช: เกมของพระผู้เป็นเจ้า</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;-1-&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟูจิวาระ โนะ ซาอิ หรือ ซาอิ เป็นตัวละครหลักในการ์ตูนเรื่อง “ฮิคารุเซียนโกะ เกมอัจฉริยะ” &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(Hikaru-No Go)&lt;/span&gt; ซาอิและตัวละครอื่นๆ ในเรื่องล้วนแล้วแต่เล่นโกะเพื่อพัฒนาไปสู่ ‘หัตถ์เทวะ’ หรือการเป็นผู้ที่มีฝีมือในเชิงโกะระดับเทพเจ้า ซาอิอยู่บนหนทางดังกล่าวตั้งแต่ครั้งยังมีชีวิตอยู่ จนแม้กระทั่งเป็นวิญญาณก็ยังคงต้องการไปให้ถึงขั้นหัตถ์เทวะโดยการเข้าสิงร่างของฮงอินโบ ชูซาคุ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(&lt;/span&gt;นักเล่นโกะระดับประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นซึ่งมีตัวตนจริง&lt;span style="font-size:100%;"&gt;)&lt;/span&gt; เพื่อให้ได้เล่นโกะต่อไป เมื่อชูซาคุเสียชีวิตลง ซาอิก็สิงอยู่ในกระดานโกะจนกระทั่งได้เจอกับฮิคารุซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง และทำให้ฮิคารุเดินเข้าสูวิถีแห่งโกะเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;140&lt;/span&gt; ปีก่อน โทราจิโร่ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(&lt;/span&gt;ชูซาคุ&lt;span style="font-size:100%;"&gt;) &lt;/span&gt;ให้ข้ายืมร่าง&lt;br /&gt;ถ้าโทราจิโร่อยู่เพื่อข้าละก็ ข้าก็คงอยู่เพื่อฮิคารุ&lt;br /&gt;ถ้างั้นฮิคารุเอง ก็คงอยู่เพื่อใครสักคน&lt;br /&gt;และใครคนนั้นก็คง อยู่เพื่อใครอื่นอีกสักคน&lt;br /&gt;กาลเวลาพันปี สองพันปี เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า&lt;br /&gt;บนเส้นทางสู่หัตถ์เทวะอันแสนไกล&lt;br /&gt;หน้าที่ของข้าจบลงแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดสุดท้ายของซาอิก่อนหายไป ตรงกับแนวคิดหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในเรื่องว่า นักเล่นโกะอาจล้วนแล้วแต่อยู่ในแผนการของ ‘เทพแห่งโกะ’ ในการสร้างคู่เล่นที่ทัดเทียมขึ้นมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;คนที่เล่นโกะแต่ละคนมุ่งหน้าไปสู่หัตถ์เทวะตามความต้องการของตัวเอง หรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการหาคู่เล่นโกะของเทพเจ้า?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-2-&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายต่อหลายคนคงรู้จักพอล แอร์ดิช &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(Paul Erdős)&lt;/span&gt; โดยเฉพาะผู้ที่เคยอ่านหนังสือ “ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข” &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(The Man Who Loved Only Numbers)&lt;/span&gt; แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จัก พอล แอร์ดิช คือ นักคณิตศาสตร์เชื้อสายฮังกาเรี่ยน ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ไอน์สไตน์แห่งวงการคณิตศาสตร์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในทรรศนะของแอร์ดิช พระเจ้า &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(&lt;/span&gt;หรือ ท่าน ผ.ส. &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(&lt;/span&gt;เผด็จการฟาสซิสต์สูงสุด&lt;span style="font-size:100%;"&gt;)&lt;/span&gt; ตามที่แอร์ดิชชอบเรียก&lt;span style="font-size:100%;"&gt;)&lt;/span&gt; มีคัมภีร์ทรานส์ฟินิตี้ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(Transfinity)&lt;/span&gt; ที่รวมบทพิสูจน์ของสมมติฐานทั้งหมด โดยเป็นบทพิสูจน์ที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุด แต่ ‘ท่านผ.ส.’ มักจะแกล้งอุบคำตอบสำคัญๆ ไว้เพียงผู้เดียว ดังนั้น หน้าที่ของนักคณิตศาสตร์ก็คือ ตั้งสมมติฐานและพิสูจน์ แอร์ดิชเคยกล่าวไว้ว่า “คณิตศาสตร์คือหนทางที่แท้จริงสู่ความเป็นอมตะ ถ้าคุณค้นพบความจริงที่ยิ่งใหญ่ทางคณิตศาสตร์ คุณจะได้รับการจดจำตลอดไป ขณะที่คนอื่นๆ ถูกลืม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตั้งและพิสูจน์ทฤษฎีบททางคณิตศาสตร์ คือหนทางสู่ความจริงอันยิ่งใหญ่ หรือเป็นเพียงเกมของพระผู้เป็นเจ้า?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-3-&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับตั้งแต่มนุษย์เกิดขึ้นมาในโลก มีการตั้งคำถามมากมายที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้แน่ชัด เช่น มนุษย์เกิดขึ้นมาทำไม? มีสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติจริงหรือไม่? พระเจ้ามีจริงหรือไม่? ความจริงสัมบูรณ์ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(Absolute Truth)&lt;/span&gt; มีจริงหรือไม่? ถ้ามีจริง ความจริงสัมบูรณ์คืออะไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนุษย์อาจดำรงเผ่าพันธุ์ สืบทอดแต่ละช่วงอายุคนต่อมาเรื่อยๆ เพื่อตอบคำถามที่ตนเองสงสัยเหล่านี้ หรืออาจมีชีวิตอยู่ เพียงเพื่อแก้ปริศนาที่พระเจ้าทิ้งไว้ให้มนุษย์พยายามหาคำตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนุษย์เป็นนายเหนือชีวิตตนเอง หรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งในเกมไขปริศนาของพระผู้เป็นเจ้า?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-114221105065058423?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/114221105065058423/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=114221105065058423&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114221105065058423'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114221105065058423'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2006/04/blog-post.html' title='จาก ซาอิ ถึง แอร์ดิช: เกมของพระผู้เป็นเจ้า'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-114197510562874937</id><published>2006-03-10T14:16:00.000+07:00</published><updated>2006-03-10T16:00:32.320+07:00</updated><title type='text'>Poverty Is Not the Problem, Wealth Is</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;-1- &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อวานนี้ ผมเพิ่งเคลียร์เอกสารและหนังสือที่วางเกะกะโต๊ะทำงาน แล้วเจอมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;1306 (26&lt;/span&gt; ส.ค. – &lt;span style="font-size:100%;"&gt;1&lt;/span&gt; ก.ย. &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2548)&lt;/span&gt; อยู่ในกองหนังสือ ในมติชนเล่มดังกล่าวมีบทความสองชิ้นที่ผมอ่านแล้วพบว่า มีความสอดคล้องกันอย่างไม่บังเอิญ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ชิ้นแรกชื่อ “&lt;span style="font-size:100%;"&gt;Gigayachts&lt;/span&gt; ของเล่นราคาแพง” โดยวีรกร ตรีเศศ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(&lt;/span&gt;หน้า &lt;span style="font-size:100%;"&gt;20)&lt;/span&gt; มีเนื้อหาตอนหนึ่งดังนี้ “...ในขณะที่ผู้คนเกือบร้อยละ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;50 &lt;/span&gt;ในโลกมีรายได้ต่ำกว่าวันละ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2&lt;/span&gt; เหรียญสหรัฐ โดยมีปัจจัยสี่ไม่ครบ หรือมีอย่างจำกัดจำเขี่ย แต่มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งในโลกที่หมดเงินไปกับสิ่งที่เกินความจำเป็นเอามากๆ ถ้าจะเถียงว่าเป็นเงินของเขาทำอะไรก็ได้ ก็ไม่ถูกอีก เพราะเงินเหล่านี้หมายถึงทรัพยากรของโลกปริมาณมากมายไม่ว่าจะเป็น เหล็ก โลหะมีค่า วัสดุ แรงงานคน ฯลฯ ซึ่งไปจมติดอยู่อย่างไม่เกิดประโยชน์เต็มที่ และอย่าลืมว่าทุกคนเป็นเจ้าของโลกใบนี้ร่วมกัน แต่บังเอิญมันบิดเบี้ยวจึงไม่มีสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรของโลกเท่าเทียมกันเท่านั้น...” &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ส่วนชิ้นที่&lt;span style="font-size:100%;"&gt; 2&lt;/span&gt; อยู่ในคอลัมน์ “แลไปข้างหน้า” ของ ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ ในชื่อเรื่อง “วิศวกรรมเนื้อเยื่อ เพาะเลี้ยงเนื้อสัตว์กินได้ โดยไม่ต้องเลี้ยงสัตว์” &lt;span style="font-size:100%;"&gt;(&lt;/span&gt;หน้า &lt;span style="font-size:100%;"&gt;79)&lt;/span&gt; ซึ่งมีเนื้อหาในตอนท้ายว่า “...ถ้าพูดถึงโลกทั้งใบกันแบบหารเฉลี่ยแล้ว อาหารไม่ได้ขาดแคลนหรอก ประเทศไทยเราเองก็เคยผ่านประสบการณ์เอาไก่ไปทิ้งทะเลกันมาแล้ว ต่อให้ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงเนื้อสัตว์โดยไม่ต้องเลี้ยงสัตว์ เนื้อที่เพาะเลี้ยงได้ก็ไปไม่ถึงประเทศที่แล้งเข็ญอย่างไนจีเรีย มันคือความไม่สมดุลของโลกที่ชวนให้สับสนเล่นอยู่เหมือนกัน” &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;-2- &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผมนึกถึงบทความของ อ.จรัญ มะลูลีม ที่เขียนอ้างถึงทรรศนะของสาทิศ กุมาร&lt;span style="font-size:100%;"&gt; (Satish Kumar)&lt;/span&gt; บรรณาธิการนิตยสาร &lt;span style="font-size:100%;"&gt;Resurgence&lt;/span&gt; ไว้ว่า “...ความไม่เท่าเทียมกันก่อให้เกิดความรุนแรง ความไม่ลงรอยกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติก่อให้เกิดความรุนแรง เช่นเดียวกับการแบ่งแยกระหว่างความร่ำรวยและความยากจน คนจำนวนมากถือว่า คนจนจะต้องรับผิดชอบต่อสภาพความยากจนของพวกเขา ความยโสโอหังนี้เป็นสาเหตุของความรุนแรง คนจนยากจนเพราะคนร่ำรวยนำเอาทรัพยากรของพวกเขาไปใช้ ความยากจนมิได้มาจากความโง่เขลาของคนจน แต่มาจากความรุนแรงของคนรวย...” &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใครจะเถียงบ้างว่า การใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องไกลตัว? &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;-3- &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผมไม่แน่ใจนักว่า คุณทักษิณ (เจ้าของวาทะ “คนจนจะหมดไปภายใน 6 ปี”) คิดอะไรอยู่บ้าง เมื่อท่านกับคณะ “คาราวานแก้จน” มุ่งหน้าสู่ภาคอีสานพร้อมด้วย “อาจสามารถ โมเดล” ในอุ้งมือ ผมเข้าใจว่า บางทีท่านนายกอาจเชื่อว่า ปัญหาความยากจนสามารถแก้ได้ด้วยเงิน เมื่อไม่มีเงินก็จงเอาเงินไป ท่านแก้ปัญหาง่ายๆ เหมือนดื่มน้ำเมื่อกระหาย โดยไม่ใส่ใจว่า ประชาชนตาดำๆ จะหาน้ำแก้วต่อไปมาได้อย่างไร และเมื่อไร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หากวิธีการของท่านนายกที่อาจสามารถ มิได้เป็นเพียงการสร้างคะแนนเสียง โดบเนื้อแท้ของท่านจึงมิได้เป็นเพียงคน ‘ปากว่าตาขยิบ’ เพราะมือเท้าของท่านก็ขยิบตามไปด้วย ในขณะที่ท่านโฆษณาชวนเชื่อถึงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้างมาโดยตลอด ท่านกลับหยิบยื่นความรุนแรงโดยการวักน้ำจากมหาสมุทรของท่าน (ท่านเชื่อว่าเป็นของท่าน?) ให้ประชาชนดื่มกิน โดยมิได้สนใจแม้แต่น้อยว่า น้ำทะเลจะยิ่งทำให้ผู้กระหายน้ำต้องการน้ำมากขึ้นไปอีกหรือไม่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;-4- &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ขณะที่ร้านก๋วยเตี๋ยวถูกสรรพากรนับจำนวนชามเพื่อเรียกเก็บภาษี คุณทักษิณกลับหาทางออกในการหลีกเลี่ยงภาษีจากการขายหุ้นชินได้อย่างแยบยล (ใครจะแย้งบ้างว่า ท่านนายกไม่มีส่วนรู้เห็น?) คุณทักษิณเคยได้รับเงินก้อนโตจากการได้รับสัมปทาน และได้รับเงินก้อนโตอีกก้อนหนึ่งจากการขายมันไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผมพยายามทำเป็นลืมๆ ภาพข่าวที่อาจสามารถไป แต่การขายหุ้นมูลค่า 73,000 ล้านบาท ทำให้ต้องกลับมาครุ่นคิดว่า ทำไมอำนาจในมือท่านต้องถูกใช้พร้อมกับความรุนแรงทุกครั้งไป ท่านสร้างฐานะจากเงินของประชาชน ท่านใช้เงินเพื่อสร้างอำนาจ ใช้อำนาจเพื่อสร้างความรุนแรง และเอาเปรียบประชาชนมากยิ่งขึ้นไปอีก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;-5- &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนนี้ ผมเริ่มจะเชื่อวาทะของสาทิศ กุมาร ที่ว่า “&lt;span style="font-size:100%;"&gt;Poverty is not the problem, wealth is the problem.&lt;/span&gt;” มากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-114197510562874937?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/114197510562874937/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=114197510562874937&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114197510562874937'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114197510562874937'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2006/03/poverty-is-not-problem-wealth-is.html' title='Poverty Is Not the Problem, Wealth Is'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-114188039260547311</id><published>2006-02-28T11:49:00.000+07:00</published><updated>2006-03-13T08:00:26.023+07:00</updated><title type='text'>ถามหน่อย</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ดู 2 รูปนี้ดีๆ ครับ เห็นความแตกต่างหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/1600/cal_vs_mobile.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/320/cal_vs_mobile.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใครช่วยบอกผมที ว่าทำไมเลข 1 2 3 ของเครื่องคิดเลขอยู่ข้างล่าง แต่ของโทรศัพท์อยู่ข้างบน?!!?&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-114188039260547311?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/114188039260547311/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=114188039260547311&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114188039260547311'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/114188039260547311'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2006/02/blog-post_28.html' title='ถามหน่อย'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-113654325826896553</id><published>2006-01-06T16:01:00.000+07:00</published><updated>2006-01-06T17:34:38.890+07:00</updated><title type='text'>อารมณ์ไม่ดีรับวันปีใหม่</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ปรกติแล้วคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ผมจะนอนอยู่บ้านเฉยๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพราะขี้เกียจออกไปเบียดเสียดกับผู้คนให้เปียกเหงื่อ ตัวเหม็นโดยใช่เหตุ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรไม่รู้ อยากไปเคานต์ดาวน์นอกบ้าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่ไหนๆ คนก็เยอะทั้งนั้น ที่ที่คนไม่เยอะก็ไม่รู้จะไปที่ไหน (งงมั้ย)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผมระเหเรร่อนจนมาจนมุมที่สวนสันติชัยปราการ ท่าพระอาทิตย์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ชมดอกไม้ไฟฉลองตอนเที่ยงคืน เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า ยังรอดชีวิตไปอีก &lt;span style="font-size:100%;"&gt;1&lt;/span&gt; ปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หลังจากนั่งเล่น 'ชิว ชิว' อีกครู่หนึ่ง ก็ถึงเวลาที่จะกลับบ้านไปนอนเสียที&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เข็มสั้นชี้เลข &lt;span style="font-size:100%;"&gt;1&lt;/span&gt; เข็มยาวชี้เลยเลข &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2&lt;/span&gt; มาเล็กน้อย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผมจึงพยายามกลับบ้านด้วยวิธีที่ง่ายและเร็ว แต่เปลืองก็คือ แท็กซี่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความเชื่อที่ฝังหัวผมมานานก็คือ แท็กซี่จะไม่ผ่านมาเมื่อเราต้องการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คราวนี้แปลกครับ แท็กซี่มาครับ แต่ไม่ยอมรับผู้โดยสาร!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คิดในใจว่า เรียกแถวนี้คงจะยาก เดินไปอีกหน่อยดีกว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"อีกหน่อย" ของผม คือ เดินทะลุซอยรามบุตรีออกถนนข้าวสาร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ระหว่างนั้นก็พยายามเรียกแท็กซี่ทุกคันที่โผล่เข้ามาในวงโคจรของผม - แต่ไม่สำเร็จ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนนี้เข็มสั้นกับเข็มยาวชี้กลับกันแล้ว แต่ผมก็ยังไม่ได้ขึ้นรถกลับบ้าน&lt;span style="font-size:100%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ผมเห็นอยู่ตลอดชั่วโมงที่ผ่านมาก็คือ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;1.&lt;/span&gt; แท็กซี่จอดส่งผู้โดยสาร&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;2.&lt;/span&gt; คนกรูกันเข้าไปบอกสถานที่ที่ต้องการไป&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;3.&lt;/span&gt; คนขับส่ายหัว อาจมีบอกว่า ต้องไปส่งรถบ้าง แล้วแต่กรณี (กระทั่งแท็กซี่เขียว-เหลือง ก็เอากับเค้าด้วย)&lt;br /&gt;ดูเหมือนแท็กซี่ในช่วงไตรโมงแรกของปี จะพูดเป็นอยู่คำเดียวว่า "ไม่ไป"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผมกับพลเมืองโลกอีกเกินร้อยคน กำลังรอคอยเมตตาจากแท็กซี่อยู่บนถนนราชดำเนิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เปล่าประโยชน์ครับ คาดว่าชาติที่แล้วพวกเราคงลืมให้ทิปแท็กซี่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผู้ชายรูปร่างสันทัด ผิวดำแดงบนบนอานมอเตอร์ไซค์ (ต่อจากนี้จะเรียกว่าพี่มอ'ไซค์) กลายเป็นพ่อพระมาโปรด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อยู่ๆ เค้าก็ยกมือเป็นเชิงถามด้วยเพลง &lt;span style="font-size:100%;"&gt;armchair &lt;/span&gt;ว่า ไปด้วยกันหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จังหวะนั้นไม่มีเวลาให้คิดแล้วครับ ผมถลาเข้าไปหาพี่มอ'ไซค์โดยไม่รอช้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความที่รอแท็กซี่มากว่าชั่วโมง ใจจึงนึกแต่จะหาที่ลงเพื่อไปต่อแท็กซี่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;พี่มอ'ไซค์เรียกราคา &lt;span style="font-size:100%;"&gt;70 &lt;/span&gt;บาท แลกกับการพาผมไปส่งที่อนุสาวรีย์ชัย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"แท็กซี่เค้าไม่รับหรอก เค้าไม่ยอมกดมิเตอร์น่ะ จะเรียกราคาเอง" พี่มอ'ไซค์บอกให้ผมหายโง่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;พอซ้อนท้ายพี่มอ'ไซค์ไปได้ซักพัก ก็นึกขึ้นได้ว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"ทำไมกูไม่ไปบ้านเลยวะต่อแท็กซี่เสียอีกร้อยกว่า" พอบอกสถานที่ใหม่ พี่มอ'ไซค์ส่ายหัว ไม่รู้จัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"ผมบอกทางได้ ผมให้สองร้อย พี่ไปไหม"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทายสิครับว่าพี่มอ'ไซค์ไปไหม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไปสิครับ ที่อ่านมาเนี่ย คุณไม่เอาใจช่วยผมเลยเหรอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;...และแล้วผมก็ถึงบ้าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ก่อนหัวจะถึงหมอนผมก็คิดในใจว่า ขึ้นแท็กซี่คราวหน้า จะต้องทิปหนักๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ เอ๊ะ หรือว่าผมจะถีบแท็กซี่ดี&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-113654325826896553?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/113654325826896553/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=113654325826896553&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113654325826896553'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113654325826896553'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2006/01/blog-post.html' title='อารมณ์ไม่ดีรับวันปีใหม่'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-113488554881335032</id><published>2005-12-18T12:49:00.000+07:00</published><updated>2005-12-18T13:25:30.290+07:00</updated><title type='text'>ลมหนาว</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คุณครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ดึกมากแล้วตอนที่ผมกำลังเขียนจดหมายหาคุณอยู่ บางทีอาจดึกเกินไปด้วยซ้ำ ลองนึกภาพใครบางคนกำลังนั่งเขียนจดหมาย ขณะที่คนอื่นๆ ส่วนใหญ่กำลังหลับ อาจจะฝันถึงใครบางคนอยู่ก็ได้ ผมว่ามันก็แตกต่างแค่ตรงที่ ผมเขียนจดหมายหาคุณได้ แต่ผมคงฝันให้คุณรับรู้ด้วยไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนนี้ผมกำลังเดินทาง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองอยากไปไหน ผมอาจจะอยากไปดูภูเขาสูงๆ สวยๆ อยากสูดอากาศบริสุทธิ์ อยากดูต้นไม้ใบหญ้า ดูดอกไม้ไปตามเรื่องตามราว หรือบางทีผมอาจจะแค่อยากออกเดินทาง เผื่อจะลืมคุณได้บ้าง ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟจากบ้านเรือนข้างทางเป็นเส้นๆ พุ่งผ่านสายตาผมไป แต่นั่นมันไม่สำคัญเท่ากับลมเย็นๆ ที่กำลังโกรกเข้ามา ผมคงไม่ถึงกับหนาวจนแข็งตาย แต่คุณรู้ไหมครับ ยิ่งอากาศหนาวเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเหงา ยิ่งคิดถึงคุณมากเท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คุณคงเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่า เวลาลมหนาวพัดมา ก็มักจะพาเอาความเหงามาด้วย ผมเองไม่เคยเชื่อจนกระทั่งมาเจอกับตัวเอง เวลาอากาศร้อนๆ ทำให้คนเราหงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายนั้น ผมพอจะเข้าใจ แต่กับอากาศหนาวๆ มันคนละเรื่องกัน พออากาศเย็นขึ้นมาทีไร มันเหมือนกับว่าผมจะรู้สึกอ้างว้างขึ้นมาทันทีทันใด ผมไม่เข้าใจ และไม่อยากเป็นอย่างนี้ น่าแปลกนะครับ ลมหนาวเป็นเพียงแขกที่แวะมาเยี่ยมเยือนไม่กี่วัน แต่ความเหงากลับอยู่กับเราเนิ่นนาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทุกๆ ครั้งเวลาที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ ผมยังพอปลอบใจตัวเองได้ว่า ไม่มีใครให้พูดให้คุยด้วย ถ้าจะเหงาก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่เวลาที่ผมอยู่กับผู้คนมากมาย ผมก็ยังคงรู้สึกเหงาอยู่ดี ผมไม่อยากหาเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร ผมกลัวว่าคำตอบเป็นเพียงว่า เพราะไม่มีคุณอยู่ตรงนี้ และผมไม่มีทางทำอะไรได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในความเป็นจริงแล้ว ความเหงาอาจอยู่ในใจผมตลอดเวลา เพียงแต่ผมพยายามโกหกตัวเองว่า ผมไม่ได้เหงา ผมไม่ได้คิดถึงคุณ แต่พอลมพัดผ่าน ผมก็รู้ตัวว่าผมโกหกตัวเองไม่ได้ ผมอยากพบคุณ อยากได้ยินเสียงคุณ เวลาเราพูดคุยกัน ผมคิดอยากจะถามว่า ‘คิดถึงผมบ้างไหม’ แต่ผมไม่เคยกล้า ผมรู้ดีว่า คำตอบที่จะออกจากปากคุณ จะไม่ตรงกับใจผม คุณไม่เคยโกหกผม ผมต่างหากที่โกหกตัวเองอยู่ตลอดเวลา ว่าคุณก็คงคิดถึงผมเหมือนกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใกล้จะเช้าแล้ว อีกไม่นานรถก็คงจะถึงที่หมาย ลมเย็นๆ ยังคงพัดเข้ามา ความเหงาก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่ตลอดเวลา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนนี้ผมเกลียดความหนาวจับหัวใจ. &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผมเอง.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="right"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-113488554881335032?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/113488554881335032/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=113488554881335032&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113488554881335032'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113488554881335032'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/02/blog-post.html' title='ลมหนาว'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-113288606035100041</id><published>2005-11-25T09:18:00.000+07:00</published><updated>2005-11-25T09:37:45.370+07:00</updated><title type='text'>ทักษิณ vs สนธิ</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/1600/alien-vs-predator.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" height="170" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/320/alien-vs-predator.jpg" width="112" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;Whoever wins...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;We lose&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-113288606035100041?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/113288606035100041/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=113288606035100041&amp;isPopup=true' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113288606035100041'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113288606035100041'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/11/vs.html' title='ทักษิณ vs สนธิ'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-113271428710981486</id><published>2005-11-24T11:17:00.000+07:00</published><updated>2005-11-24T11:17:37.363+07:00</updated><title type='text'>A Bug's Life</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แมลงตัวหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;โลกของแมลงนี้จะ 'สอน' แมลงแต่ละตัวต่างๆ นานาว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ปีกมีไว้ทำอะไร หนวดมีไว้ทำอะไร ขามีไว้ทำอะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่หลังจากนั้นแมลงแต่ละตัวย่อมต้องค้นหาเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ว่าจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บางตัวอาจกินน้ำหวานจากเกสรดอกไม้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บางตัวอาจต้องหากินอยู่กับกองอาจม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;และบางตัวเข่นฆ่าตัวอื่นๆ เพื่อมีชีวิตรอด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ปัญหาสำคัญของสังคมแมลงนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คือ แมลงแต่ละตัวมีความถนัดไม่เหมือนกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;และเมื่อผ่านกระบวนการ metamorphosis แล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ละตัวย่อมไม่สามารถเปลี่ยนสภาพกลับเพื่อเริ่มต้นใหม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไม่ว่าจะเป็นแมงปอ ผีเสื้อ หรือ แมลงสาป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ก็จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นตลอดชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บางตัวโชคดี เลือกถูกว่าตนเองควรจะเป็นอะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่บางตัวไม่โชคดีเช่นนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แมงมุมตัวหนึ่งเฝ้าถักทอใยเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย และเครื่องมือในการล่าเหยื่อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มันทำเช่นนี้อยู่วันแล้ววันเล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จนคิดไปเองว่า มันเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตด้วยวิธีการนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันหนึ่ง ลมพัดรุนแรง เจ้าแมงมุมปลิวตามกระแสลม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จนไปติดกับต้นไม้ต้นหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;พายุสงบลง แต่มันยังคงต้องการอาหารเพื่อดำรงชีวิตรอด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่กลับไม่มีแรงและเวลาพอเพียงในการสร้างใยแมงมุมขึ้นใหม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ณ ที่นั้น มีใบไม้เขียวชอุ่มขึ้นอยู่รายรอบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มันตัดสินใจเงื้อปากกัดใบไม้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใบแล้ว ใบเล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อท้องอิ่ม มันจึงมีแรงในการถักทอใยแมงมุมเหมือนเช่นเคย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ระหว่างนั้นเอง ที่มันเกิดสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สิ่งที่ทำมาตลอดชีวิตเป็นสิ่งที่มันถนัดที่สุดหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หรือ มีวิธีการอื่นใดที่มันน่าจะทำได้ดีกว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มันตั้งคำถาม แต่ไม่มีคำตอบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพราะโลกของแมลง 'สอน' แต่เพียงสิ่งที่แมลงแต่ละตัวทำได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่มิได้ช่วยเหลือให้มันสามารถเลือกสิ่งที่มันทำได้ดีที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แมลงตัวหนึ่งจึงถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกและตายจากไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตายจากไปพร้อมกับคำถาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แมลงอีกตัวหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก...&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-113271428710981486?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/113271428710981486/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=113271428710981486&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113271428710981486'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113271428710981486'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/11/bugs-life.html' title='A Bug&apos;s Life'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-113141862407407948</id><published>2005-11-14T02:27:00.000+07:00</published><updated>2005-11-14T15:04:26.296+07:00</updated><title type='text'>ไปเสม็ด...เสร็จทุกราย</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คุณ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;a href="http://sainterato.blogspot.com"&gt;St.Erato&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; เคยบอกกับผมว่า ที่พูดกันว่า 'ไปเสม็ด...เสร็จทุกราย' น่ะ เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ&lt;br /&gt;โดยเอาประสบการณ์ส่วนตัวเป็นเครื่องยืนยัน&lt;br /&gt;จากนั้นจึงค่อยบอกความจริงว่า กลุ่มคนที่ไปด้วยน่ะ เป็นเพื่อนสมัยนุ่งขาสั้น จากรร.ชายล้วนของมันทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/200/Samed.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;เคยมีคำคมจากหนังว่า 'คนที่ไปทะเล ไม่หนีร้อน ก็หนีรัก' แต่ตัวผมเองนั้น หนี&lt;span style="font-size:100%;"&gt;(&lt;/span&gt;เรื่อง&lt;span style="font-size:100%;"&gt;)&lt;/span&gt;เรียน &lt;span style="font-size:100%;"&gt;T_T&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ส่วนคนอื่นจะไปด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบ แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;1.&lt;/span&gt; เปลี่ยนที่นอน &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2.&lt;/span&gt; เปลี่ยนที่กินเหล้า &lt;span style="font-size:100%;"&gt;3.&lt;/span&gt; เปลี่ยนที่เล่นไพ่&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;(&lt;/span&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม: ในกรณีของการเล่นไพ่นั้น คุณ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;a href="http://spaces.msn.com/members/bornny/"&gt;bornny&lt;/a&gt; &lt;/span&gt;ที่ไปด้วยกันพิสูจน์สัจพจน์ที่ว่า สถิติมีไว้เพื่อทำลาย ด้วยการติดลบ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;16k&lt;/span&gt; ในรอบเดียว &lt;span style="font-size:100%;"&gt;555+)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;เสม็ดที่ผมเห็นแตกต่างกับเสม็ดในจินตภาพอยู่พอสมควร เพราะผมเคยเห็นแต่จากในรูป&lt;br /&gt;ใครไม่เคยไป หรือไปนานแล้ว ลองนึกภาพถนนข้าวสารที่อยู่ริมทะเลก็พอได้ (คล้ายๆ กับถนนข้าวสารในหุบเขาอย่างที่ปาย)&lt;br /&gt;แต่อย่าไปเชื่อรูปข้างบนครับ&lt;br /&gt;ช่วงที่ผมไปนั้น เสม็ดมีฝนตกเล็กน้อยพอให้ชุ่มฉ่ำ เว้นแต่วันกลับที่ตกเยอะจนชุ่มแฉะ&lt;br /&gt;แม้จะไม่ใช่ช่วง &lt;span style="font-size:100%;"&gt;hi-season&lt;/span&gt; แต่จำนวนคนที่มาเที่ยวก็มากกว่าที่คาดไว้&lt;br /&gt;และเนื่องจากผมเดินทางไปถึงตอนช่วงเช้าวันเสาร์ ที่พักที่เหลืออยู่และพอจะมีกำลังจ่ายได้จึงไม่ค่อยดีนัก&lt;br /&gt;แต่ก็ยังพอไหวครับ ลำบากหน่อยเพื่อจะได้มีชีวิตรอดถึงปลายเดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาสำคัญของเสม็ด คือ ขาดแหล่งน้ำจืดสะอาด&lt;br /&gt;ไม่ทราบว่า เป็นเฉพาะที่พักของผมหรือไม่ แต่ถ้าให้เดาก็คงจะเป็นโดยทั่วไป เพราะเป็นเรื่องปรกติของสถานที่เที่ยวที่เป็นเกาะอยู่แล้ว&lt;br /&gt;(คงต้องยกเว้นที่พักซึ่งแพงกว่านี้ เพราะน่าจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากขึ้นตามราคา)&lt;br /&gt;ใจนึงก็อยากให้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น น่าจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว&lt;br /&gt;แต่อีกใจนึงไม่อยากให้ปรับปรุงเลยครับ ปล่อยไว้อย่างนี้อาจจะดีกว่าก็ได้&lt;br /&gt;สังเกตมั้ยครับว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนที่แสนสะดวกสบาย มักจะไม่ค่อยสวย&lt;br /&gt;อันนี้ว่ากันตั้งแต่เริ่มเดินทาง ที่ไหนยิ่งเดินทางไปยาก สภาพแวดล้อมยิ่งดูดีมากขึ้น&lt;br /&gt;ผมนึกถึงน้ำตกทีลอซูที่เคยไปเมื่อ &lt;span style="font-size:100%;"&gt;2-3&lt;/span&gt; ปีที่แล้ว ตอนนั้นเดินทางกันเป็นวันๆ กว่าจะไปถึง&lt;br /&gt;แต่พอเห็นจริงๆ ก็รู้สึกคุ้มค่า ไม่เสียดายเวลาซักนิดเลย&lt;br /&gt;จากนั้นมีข่าวว่า จะมีการตัดถนนตรงเข้าสู่ตัวน้ำตกเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&lt;br /&gt;ผมรู้ได้ทันทีเลยครับ ว่ามันจะไม่เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;กลับมาที่เสม็ดกันต่อครับ ผมกับเพื่อนๆ คุยกันเรื่อง 'ไปเสม็ด...เสร็จทุกราย'&lt;br /&gt;เพื่อนคนนึงเลยเสนอขึ้นมาว่า ถ้าจริง น่าจะเอางานมาทำ ใครงานค้างเยอะ - น้อย เอามาให้หมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;รับรอง 'เสร็จทุกราย' ครับ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-113141862407407948?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/113141862407407948/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=113141862407407948&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113141862407407948'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113141862407407948'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/11/blog-post_14.html' title='ไปเสม็ด...เสร็จทุกราย'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-113159167602997319</id><published>2005-11-10T09:59:00.000+07:00</published><updated>2005-11-10T14:38:12.806+07:00</updated><title type='text'>GOAL! : เส้นแบ่งระหว่างความฝันกับความจริง</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/1600/Goal%202.1.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/200/Goal%202.1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;-1-&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซานติเอโก มูนเยซ หิ้วสตั๊ดหนึ่งคู่กับหอบความหวังครั้งใหม่&lt;br /&gt;บินลัดฟ้าสู่อังกฤษเพื่อตามหาความฝันของตัวเอง&lt;br /&gt;แต่หนทางสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพมิได้ง่ายดายอย่างที่คิด&lt;br /&gt;เมื่อต้องปรับตัวเข้าสู่กับสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ คู่แข่งใหม่ๆ&lt;br /&gt;ทุกอย่างยากลำบาก เมื่ออะไรต่อมิอะไรไม่เหมือนเดิม&lt;br /&gt;สิ่งที่อยู่เบื้องหน้ามูนเยซมิได้เป็นแต่เพียงลูกบอล&lt;br /&gt;หากแต่เป็นความฝันที่เขาวิ่งไล่ตาม&lt;br /&gt;ปัญหาที่มีคือ ทำอย่างไรจึงจะลบเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับความฝันได้&lt;br /&gt;เขาจะทิ้งความฝันไปได้อย่างไรในเมื่อยังมีความหวัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเองก็เช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-2-&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูนเยซเกือบจะ 'ล้มเหลว' อยู่หลายครั้งหลายคราว&lt;br /&gt;แต่มันก็เป็นแค่เกือบเท่านั้น&lt;br /&gt;สิ่งที่ผมพบเจออยู่ก็เช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;มันจะต้องเป็นแค่ 'เกือบ' จะ 'ล้มเหลว' เท่านั้น&lt;br /&gt;ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่พยายาม&lt;br /&gt;ที่ผ่านมาผมอาจพยายามน้อยเกินไป&lt;br /&gt;แต่ไม่ได้หมายความว่าผมมีความสามารถไม่เพียงพอ&lt;br /&gt;ผมอาจไม่ได้มี 'พรสวรรค์' เช่นมูนเยซ&lt;br /&gt;แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะใช้ 'พรแสวง' ทดแทนไม่ได้&lt;br /&gt;สำหรับมูนเยซ เมื่อพยายามอย่างสุดความสามารถ ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเองก็เช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-3-&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนผมเคยบอกว่า ในโลกนี้ไม่มีคำว่าล้มเหลว มีแต่ล้มเลิก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังหรอก...ผมยังไม่เลิกง่ายๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-113159167602997319?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/113159167602997319/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=113159167602997319&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113159167602997319'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113159167602997319'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/11/goal.html' title='GOAL! : เส้นแบ่งระหว่างความฝันกับความจริง'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-113142075619654573</id><published>2005-11-08T10:28:00.000+07:00</published><updated>2005-11-08T10:50:25.193+07:00</updated><title type='text'>แจ้งให้ทราบ (แฟนหงส์ห้ามพลาด)</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ขณะนี้สโมสรลิเวอร์พูลได้จัดทำเว็บไซต์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยแล้ว&lt;br /&gt;ท่านที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://thai.liverpoolfc.tv"&gt;http://thai.liverpoolfc.tv&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;โดยในเว็บไซต์ดังกล่าวมีข่าวคราวความคืบหน้าของสโมสร &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;ทั้งผลการแข่งขัน บทสัมภาษณ์ รวมไปถึงคลิปวิดีโอต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หงส์น้อยคอยแชมป์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ป.ล. คุณปิ่นอย่าเพิ่งอิจฉานะครับ 555+&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-113142075619654573?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/113142075619654573/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=113142075619654573&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113142075619654573'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/113142075619654573'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/11/blog-post.html' title='แจ้งให้ทราบ (แฟนหงส์ห้ามพลาด)'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-112839274004756859</id><published>2005-10-03T00:00:00.000+07:00</published><updated>2005-10-04T09:43:28.803+07:00</updated><title type='text'>Based on a True Story</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;บานประตูร้านวีดีโอที่ผมผลักเข้าไป กลับกลายเป็นบานประตูที่เปลี่ยนชีวิตผมไปทั้งชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เปล่า ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องรักแรกพบ รักของผมไม่ได้เกิดขึ้นรวดเร็วขนาดนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมมองเห็นเธออยู่ในร้าน แน่ล่ะ ใครจะไปคิดว่าบทจะเจอก็เจอกันง่ายขนาดนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมไม่ได้คุยกับเธอมาทั้งอาทิตย์ ไม่ได้เจอหน้าเสียด้วยซ้ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ความคิดถึงเริ่มก่อตัวขึ้นภายในหัวใจ ค่อยๆ พองตัวออกอย่างช้าๆ แต่สม่ำเสมอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เมื่อมันขยายใหญ่เกินกว่าขนาดของหัวใจ ก็ระเบิดออก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกไปภายนอก...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;สอง-สามปีที่แล้ว เธอกับผมเพิ่งรู้จักกันไม่นานนัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เรานั่งคุยกันบนสนามหญ้า สนทนาเรื่องราวต่างๆ เรื่อยเปื่อย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมพอรู้มาบ้างว่ามีคนชอบเธออยู่หลายคน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ไม่รู้ว่าทำไมเธอจึงไม่เลือกใครเสียที&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;"ถ้าไม่ได้ชอบ ไม่รู้จะคบไปทำไม" เธอตอบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เสียงเธอผ่านเข้ามาในหู พุ่งตรงไปยังสมอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;แต่ก่อนที่มันจะทันได้คิดอะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมก็ตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;หลังจากนั้นไม่นาน เธอโทรมาหาผมครั้งแรก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เราพูดคุยกันหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องผู้ชายคนนึงที่เธอประทับใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;"ชอบเค้าแล้วล่ะสิ" ปากผมส่งเสียง แกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ในขณะที่หัวใจเงียบงัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;กว่าผมจะรู้ตัวว่าชอบเธอ...เธอก็ชอบคนอื่นเสียแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมนั่งเลือกเพลง เพลงที่ผมฟังแล้วนึกถึงเธอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;แผ่นซีดีที่เคยอัดไว้นึกอยากจะให้เธอตั้งหลายรอบ แต่ก็ไม่เคยได้ให้เสียที&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ความรักก็คงเหมือนผลไม้อะไรสักอย่าง เมื่อมันสุกงอมเต็มที่แล้ว ก็ป่วยการที่จะปล่อยให้เน่าคาต้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;"&gt;ผมตัดสินใจให้เธอก่อนที่จะไม่มีโอกาสอีก &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;"&gt;เธอรับไป ไม่พูดจาอะไร&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;สาม-สี่วันถัดมา เธอโทรมา "ฟังซีดีที่อัดให้แล้ว เหมือนมีอะไรอยากจะบอกหรือเปล่า"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;แต่นั่นไม่ใช่ประโยคคำถาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เธอรู้คำตอบดีอยู่แล้ว รู้เท่าๆ กับที่ผมรู้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;และผมก็รู้ดีว่าเธอจะพูดอะไรต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมรู้ เท่าๆ กับที่เธอรู้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมบอกรักเธอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ไม่หวาน ไม่โรแมนติก และไม่มีประโยชน์อะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมแค่อยากให้เธอรู้ก็เท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เราเริ่มห่างกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;"&gt;เหตุผลอะไรก็คงไม่สำคัญไปกว่าเราทั้งคู่ควรให้เวลาตัวเอง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;"&gt;ได้ปรับตัว กลับมาเป็นเพื่อนกันอย่างเดิม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;แต่หัวใจของผมกลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อนไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมลืมไปแล้วว่า เวลามองเธอด้วยความรู้สึกแบบเพื่อนต้องทำอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เวลาผ่านไปเป็นปี ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มดีขึ้นอีกครั้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมยังคงชื่นชมเธอ ที่เชื่อมั่นในความรักของตัวเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;และของเขา...คนที่สำคัญกับเธอมากกว่าผมล้านเท่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;...บานประตูร้านวีดีโอที่ผมผลักเข้าไป กลับกลายเป็นบานประตูที่เปลี่ยนชีวิตผมไปทั้งชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เปลี่ยนความรักของผม ให้กลับไปซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบในมุมที่ลึกที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ไม่ให้หลุดรอดออกมา แยกเราให้ห่างกันอีกครั้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมเดินเข้าไปทักเธอ...หัวใจเต้นตูมตาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เหมือนกับหมาได้พบเจ้าของหลังหลงทางจากบ้านมานาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ผมยิ้ม เธอยิ้ม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;เราได้หนังกลับไปดูที่บ้านคนละเรื่อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;คืนนั้น เธอคงนั่งบนเตียง หัวเราะ มีความสุขกับหนังที่เพิ่งเช่ามา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;ส่วนผมนั่งที่มุมห้อง นั่งฝันลอยๆ เฝ้ารอเวลาที่จะได้พบเธออีก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Microsoft Sans Serif;font-size:130%;"&gt;แค่เพียงได้พบเธออีกก็พอ.&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-112839274004756859?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/112839274004756859/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=112839274004756859&amp;isPopup=true' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112839274004756859'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112839274004756859'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/10/based-on-true-story.html' title='Based on a True Story'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-112607973279922209</id><published>2005-09-07T14:05:00.000+07:00</published><updated>2005-09-07T15:54:56.606+07:00</updated><title type='text'>Google Earth</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มีใครบางคนกำลังเฝ้าดูเราอยู่จากบนฟากฟ้า... &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/320/My%20Home22.JPG" border="0" /&gt;นี่รูปบ้านผมเองครับ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความจริงผมตั้งใจจะเขียนเรื่อง Google Earth มาตั้งแต่เมื่อต้นอาทิตย์ที่แล้ว&lt;br /&gt;จนกระทั่งวันนี้อ่านเจอข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ สอง - สามข่าว&lt;br /&gt;ประมาณว่าการถ่ายภาพทางอากาศจากดาวเทียม จะส่งผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติ&lt;br /&gt;ข่าวแรกที่เจอก็เป็นเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกรณีความสัมพันธ์ระดับประเทศในคาบสมุทรเกาหลี ส่วนอีกข่าวเป็นของพี่ไทยเราเอง&lt;br /&gt;ซีเรียสนะครับ ขนาดผมเองยังรู้สึกตะหงิดๆ ตั้งแต่เห็นกรุงเทพเมืองฟ้าอมรทางอากาศ ชัด และเต็มตา เป็นครั้งแรก&lt;br /&gt;ยิ่งตอนที่เห็นบ้านตัวเอง ผมรู้สึกว่า personal space ของผมน้อยลง เหมือนเวลาที่มีใครยืนเบียดเราบนรถเมล์&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/320/tu2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แถมอีกรูปครับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จากที่ได้ดูรูปนี้ก็เดาเอาว่า ฐานข้อมูลของ Google Earth นี่ ไม่ได้ update มากนัก อย่างน้อยก็คง 3-4 เดือนมาแล้ว เพราะสนามบอลยังเป็นหญ้าแห้งๆ ปนทรายอยู่&lt;br /&gt;แต่เข้าใจว่า ถ้าเป็น Google Earth Plus และ Google Earth Pro ราคา 20$ และ 400$ ตามลำดับ ข้อมูลน่าจะ update มากกว่านี้&lt;br /&gt;กำลังคิดต่อไปอีกว่า ถ้าสามารถใช้ Google Earth ในแบบ Real Time ละก็...อะไรจะเกิดขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;ใครบางคนกำลังเฝ้าดูเราจากบนฟากฟ้า... แต่ก็นั่งอยู่บนพื้นโลกเหมือนเรา&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-112607973279922209?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/112607973279922209/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=112607973279922209&amp;isPopup=true' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112607973279922209'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112607973279922209'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/09/google-earth.html' title='Google Earth'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-112554233685990653</id><published>2005-09-01T09:09:00.000+07:00</published><updated>2005-09-01T10:25:04.476+07:00</updated><title type='text'>โอเว่น...โอ้ เวร</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/1600/owen2.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/200/owen2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉับพลันที่ผมได้ทราบข่าวการย้ายทีมของ Michael Owen กลับสู่มาตุภูมิ ภายใต้สีเสื้อใหม่ ลายทางขาว - ดำ ทำให้ผมรู้สึก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"เฉยๆ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผมเกิดมาเป็นสาวกหงส์แดงในยุค spice boys ดาราขวัญใจของผมในตอนนั้นก็มี ปีกหุ่นพระเอกลิเก Steve McManaman กองกลางตัวเจ็บ Jamie Redknapp&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;และที่ขาดไม่ได้คือ Robbie 'God' Fowler&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สอง - สามปีถัดจากนั้น การแจ้งเกิดของเจ้าหนูไมเคิ่ล โอเว่น นำมาซึ่งความหวังอันเรืองรองของชาวหงส์แดง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แฟนานุแฟนของลิเวอร์พูลตื่นใจตื่นใจกับการทำประตูเป็นกอบเป็นกำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ในฐานะของคนที่ Live Football, Breath Football คนนึง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นอกจากความเร็วแล้ว โอเว่นมิได้มีอะไรดีพอที่จะยกตัวเองขึ้นเป็นนักเตะระดับโลกได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อถึงนาทีที่ป๋าโปนบรรจงถีบตูดกลมๆ ของฟาวเลอร์ออกจากรั้วแอนฟิลด์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เดอะ ค็อปทั้งหลายก็ไม่แยแส พร้อมทั้งชูป้ายผ้า "Forget 'God', We Have St.Michael"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ไม่ใช่ผม ผมยอมรับว่า ผมใจหายกับการย้ายทีมของฟาวเลอร์มากกว่าเมื่อครั้งที่โอเว่นหนีไปซบอกทีมราชันชุดขาว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ลิเวอร์พูลมีประสบการณ์อันเลวร้ายเมื่อครั้งที่ 'แม็คก้า' หนีออกจากทีมโดยไม่มีค่าตัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ก่อนที่จะพบเจอประสบเหตุการณ์คล้ายๆ กัน จึงต้องยอมปล่อยตัวด้วยค่าตัวอันน้อยนิด ไม่คุ้มเอาเสียเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;(คงต้องยอมรับอีกเช่นกันว่า ชั้นเชิงทางธุรกิจของลิเวอร์พูลเป็นแค่เด็กอนุบาล เมื่อเทียบกับแมนฯ ยูฯ ของคุณปิ่น)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หงส์แดงขาดทุนกว่าใคร เมื่อนิวคาสเซิ่ลคว้าโอเว่นกลับอังกฤษมาร่วมทีมด้วยค่าตัวมหาศาล16 ล้านปอนด์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใครๆ ก็คิดว่า รีลมาดริดกำไรเห็นๆ ซื้อโอเว่นมาด้วยราคาแค่ครึ่งเดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่จริงๆ แล้วทีมที่กำไรน่ะ นิวคาสเซิ่ลตะหาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพราะขาย Jonathan Woodgate ไปนั่งตบยุงตั้ง 13 ล้าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;555+&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-112554233685990653?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/112554233685990653/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=112554233685990653&amp;isPopup=true' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112554233685990653'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112554233685990653'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/09/blog-post.html' title='โอเว่น...โอ้ เวร'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-112528705933225217</id><published>2005-08-29T10:30:00.000+07:00</published><updated>2005-08-29T10:44:19.340+07:00</updated><title type='text'>ภาวนา</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ถ้าให้เราเลือกได้ คงไม่มีใครอยากอยู่ห่างจากคนที่เรารัก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า ระยะทางที่ห่างไกลกัน จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คนที่อยู่มุมหนึ่งของโลก อาจนั่งนับวันคอยว่า เมื่อไหร่จะถึงวันที่จะได้พบหน้ากัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;และต้องนึก ต้องสงสัยไปเองว่า คนที่อีกมุมหนึ่งของโลก จะคิดแบบเดียวกับเราหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในความเป็นจริง เราไม่สามารถเลือกได้ว่า เราจะอยู่ใกล้หรือไกลจากคนสำคัญของเราเพียงใด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จริงอยู่ ที่โลกทุกวันนี้แคบลงด้วยการติดต่อสื่อสาร แต่ความรักของคนหลายๆ คน ต้องการมากไปกว่าแค่การพูดคุย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บางทีความรักต้องการความเอาใจใส่ ต้องการการมองตา ต้องการการสัมผัส&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ระยะทางจึงมักกลายเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ระหว่างความห่างไกล กับความรัก อะไรมีผลกระทบต่อความรู้สึกมากกว่ากัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;กฎทางฟิสิกส์ข้อหนึ่ง ที่สามารถใช้ได้ทุกที่ นั่นก็คือ จะมีแรงดึงดูดระหว่างมวลสองมวลเสมอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คนสองคนก็เช่นเดียวกัน เมื่อระยะทางห่างกันมากขึ้น แรงดึงดูดระหว่างกัน ก็อาจลดน้อยลงเป็นธรรมดา แต่ใช่ว่าจะไม่เหลือแรงดึงดูดระหว่างกันเสียเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระจันทร์อาจโดนแรงเหวี่ยง หลุดออกไปจากโลก แต่จนทุกวันนี้ พระจันทร์ก็ยังคงหมุนโคจรรอบโลกอยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บางครั้งสวรรค์อาจแกล้งให้มี ‘แรงเหวี่ยง’ ให้คนสองคน มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ห่างไกลกัน แต่ความจริงสวรรค์อาจเพียงต้องการทดสอบว่า ‘แรงดึงดูด’ ที่เรียกว่า ‘ความคิดถึง’ จะมีอยู่เนิ่นนานเพียงใด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ความคิดถึงก็มีข้อจำกัดของมัน ลองนึกภาพคนๆ นึง ตื่นมาในแต่ละวัน เพื่อเจอกับสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ผู้คนเดิมๆ แต่ที่ขาดไปก็คือ คนที่เข้าใจกันมากที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในขณะที่อีกคนอาจตื่นขึ้นมาพบเจอกับโลกอีกแบบ สังคมอีกแบบ และต้องการเวลาที่จะทำความรู้จักกับผู้คนมากมายที่เพิ่งผ่านเข้ามาในชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อเป็นอย่างนี้ ต่อให้กี่พัน กี่หมื่นความคิดถึง ก็อาจไม่ช่วยย่นระยะทางของความห่างไกลลงได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไม่แปลก ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ต้องการส่วนเติมเต็ม ที่จะเข้ามาทดแทนที่ว่างที่ขาดหายไปเพราะอยู่ไกลกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คนบางคนอาจเคยชินกับการที่จะมีใครซักคนอยู่ใกล้ๆ คอยให้กำลังใจกัน ถ้าขาดคนที่เคยอยู่ข้างๆ ไป ย่อมรู้สึกเหงา &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;และอาจต้องการ ‘ใคร’ อีกคนมาอยู่แทนที่ - ที่ที่เคยเป็นของเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สิ่งที่เราทำได้คือ ลองถามตัวเองดูว่า มีแต่เราเท่านั้น ที่เอาใส่ใจกับความรัก ในขณะที่อีกฝ่ายเลือกที่จะใช้ ‘ความห่างไกล’ เป็นข้ออ้างในการเอาใจออกห่างหรือเปล่า? หรือระยะทางที่ห่างไกล ทำให้เราไม่สามารถดูแลความรักให้ดีได้เหมือนเดิม?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพราะบางที เราเองอาจต้องยอมรับว่า น่าจะมีใครที่ดูแลคนสำคัญของเราได้ดีกว่าเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ถ้าไม่ว่าอยู่ห่างกันเท่าไร เรายังสามารถดูแลความรักของเราได้เหมือนเดิม โดยไม่ขาดตกบกพร่อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เราก็ทำได้เพียงภาวนาว่า คนที่เรารักจะปฏิเสธ ‘ใคร’ อีกคนไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สิ่งดีที่สุดที่เราควรทำ คือ เชื่อใจคนที่เรารัก เหมือนที่เราหวังให้เค้าเชื่อใจเราเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพราะถ้าหากเราไม่เชื่อใจกันและกัน ระยะทางก็จะเปลี่ยน ‘ความรัก’ ให้เป็น ‘ความหวาดระแวง’&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความเป็นจริงแล้ว ระยะทางที่ไกลที่สุด อยู่ระหว่างคนสองคนที่ไม่เข้าใจกัน ดังนั้นความห่างไกลที่เรามีอยู่ อาจกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเทียบกับระยะทางที่เราสร้างขึ้นจากการไม่เชื่อใจกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ไม่ได้หมายความว่า การไว้ใจคนที่เรารัก จะไม่ทำให้เราต้องเสียใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใครจะคาดคิดบ้างว่า วันนึง คนสำคัญที่สุดของเรา อาจกลับมาอยู่ใกล้ๆ เพื่อเอ่ยประโยคที่เราไม่เคยคิดจะได้ยินมาก่อนในชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บางที คำภาวนาก็อาจจบลงด้วยรอยน้ำตา.&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-112528705933225217?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/112528705933225217/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=112528705933225217&amp;isPopup=true' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112528705933225217'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112528705933225217'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/08/blog-post_29.html' title='ภาวนา'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-112494135730895767</id><published>2005-08-25T09:53:00.000+07:00</published><updated>2005-08-25T12:56:55.143+07:00</updated><title type='text'>Mini Series: The Bus and I (II)</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/1600/122_2287.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/200/122_2287.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt; เอาล่ะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะมาว่ากันต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Part II&lt;br /&gt;คนขับรถเมล์เหยียบเบรค รถเมล์จอดป้าย&lt;br /&gt;พระภิกษุรูปหนึ่งก้าวขึ้นมาบนรถ คนที่ยืนอออยู่หน้าประตูหลีกทางให้&lt;br /&gt;แม่ลูกคู่หนึ่งที่นั่งอยู่เบาะติดกับประตู ข้างๆ เบาะมีตัวหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"ที่นั่งสำรองสำหรับพระภิกษุ สามเณร"&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แม่ฉุดมือลูกสาวขึ้น เจ้าตัวเล็กลุกตาม ทำหน้างงๆ&lt;br /&gt;พระนั่งลง ผู้ชายอีกคนที่ยืนเกาะเสาอยู่ข้างๆ นั่งตาม&lt;br /&gt;เด็กน้อยเอ่ยปากถามแม่&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"ทำไมเราต้องลุกให้เค้านั่งด้วยคะ?"&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นสินะ ทำไมต้องลุกให้นั่งด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกมาว่า พระภิกษุต้องอยู่ในกิริยาสำรวม การห้อยโหนรถเมล์ดูไม่สำรวม&lt;br /&gt;(แต่เชื่อเถอะว่า ผมเคยเห็นพระโหนราว BTS)&lt;br /&gt;บางคนก็บอกว่า เพื่อให้พระภิกษุห่างจากการโดนร่างกายอิสตรี&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าใครจะบอกยังไง เหตุผลก็คล้ายๆ กัน คือเป็นเรื่องของพระวินัย&lt;br /&gt;แต่ถ้าคิดอีกทีนึง พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนให้คนเรามีเมตตา กรุณา&lt;br /&gt;ถ้าผมเป็นพระ แล้วเด็กต้องลุกให้นั่งเนี่ย&lt;br /&gt;ผมไม่นั่งได้มั๊ย ผิดศีลข้อใดใน 227 ข้อหรือเปล่า&lt;br /&gt;ถ้าไม่ผิด ทำไมถึงให้เด็กนั่งต่อไม่ได้&lt;br /&gt;ถ้าผิด แสดงว่า พระภิกษุต้อง trade-off ระหว่าง "พระวินัย" กับ "คำสั่งสอน" ใช่หรือเปล่า&lt;br /&gt;ใครพอตอบผมได้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ?!&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-112494135730895767?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/112494135730895767/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=112494135730895767&amp;isPopup=true' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112494135730895767'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112494135730895767'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/08/mini-series-bus-and-i-ii.html' title='Mini Series: The Bus and I (II)'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-112487666347212399</id><published>2005-08-24T16:17:00.000+07:00</published><updated>2005-08-25T10:48:06.150+07:00</updated><title type='text'>Mini Series: The Bus and I (I)</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/1600/P40303233.JPG"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/4273/1358/200/P40303232.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;span style="font-size:130%;"&gt;Mini Series: The Bus and I&lt;br /&gt;ใครไม่เคยขึ้นรถเมล์บ้าง ยกมือขึ้น!&lt;br /&gt;อย่างน้อยก็ไม่ใช่ผมคนนึงล่ะ&lt;br /&gt;เพราะผมกับรถเมล์นั้นผูกพันดังสายไหมในโรตีเลยทีเดียว&lt;/span&gt; &lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;Part I&lt;br /&gt;ขอเริ่มเรื่องแรกที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ก่อน&lt;br /&gt;ผมนั่งรถเมล์สายหนึ่ง (ไม่ใช่ สาย 1 ถนนตก - ท่าเตียน แต่จำไม่ได้ว่าสายอะไร)&lt;br /&gt;ขณะกำลังก้าวลงนั่น กระเป๋ารถเมล์ก็หล่นวาทะออกมาว่า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"ก้าวไวค่ะ สองประตูเลยค่ะ"&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เป็นเรื่องปรกติ กระเป๋ารถเมล์คันไหนๆ เค้าก็พูดกัน&lt;br /&gt;แต่บังเอิญ ผมเป็นคนเดียวบนรถเมล์คันนั้นที่ลงป้าย!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระวังให้ดี วัฒนธรรม 7-Eleven ระบาดมาถึง ขสมก. แล้ว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-112487666347212399?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/112487666347212399/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=112487666347212399&amp;isPopup=true' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112487666347212399'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112487666347212399'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/08/mini-series-bus-and-i-i.html' title='Mini Series: The Bus and I (I)'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-112424718077289214</id><published>2005-08-17T09:24:00.000+07:00</published><updated>2005-08-17T10:03:02.526+07:00</updated><title type='text'>ไ ม่ อ ย า ก เ ลิ ก !</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใครบางคนเคยบอกกับผมว่า ตอนเรียนป.ตรี มันเหมือนกับเรากำลังคบหาดูใจกับใครซักคน&lt;br /&gt;แต่พอเปลี่ยนเป็นป.โทแล้วล่ะก็ แปลว่าเราเลือกที่จะแต่งงานแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครบางคนที่ว่าก็คือผมเอง!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หลายๆ คนบอกผมว่า การเรียน Economics ในระดับป.โท เป็นการเรียนโดยใช้ Maths Approach&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ผมกลับพบว่า มันเป็นการเรียน Maths โดยใช้ Economics Approach ตะหาก (-_-")&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;โอเค มันอาจฟังดู satire ไปหน่อย แต่บางครั้งผมก็คิดอย่างนั้นจริงๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าผมจะปรับตัวเข้ากับมันได้ขนาดไหนมากกว่า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผ่านมาครึ่งเทอม ผมยังปรับตัวได้ไม่ดี ไม่ดีเอาเสียเลย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จากผลงานมิดเทอม 2 ตัวแรก (และอาจจะมีตัวที่ 3 อีก) ตอนนี้มือผมกำลังเกาะขอบเหวอยู่ !!!&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผมต้องยอมรับว่า ผมยังไม่อยากเลิกกับเธอหรอก&lt;br /&gt;ผมอาจจะผิดหวังบ้างเมื่อพบว่า เมื่อแต่งงานกันแล้วเธอไม่เป็นเหมือนตอนที่คบกันใหม่ๆ&lt;br /&gt;จริงอยู่ที่ผมพอรู้มาบ้างว่าเธอจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ผมไม่นึกว่าเธอจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้&lt;br /&gt;ผมอาจจะท้อเล็กน้อยเมื่อพบว่า ผมทุ่มเทให้กับเธอมากกว่าที่เคย แต่นั่นมันยังไม่พอ&lt;br /&gt;จนบางครั้งผมเลยพาลคิดไปว่า เรา ' เข้ากันไม่ได้ ' หรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ยังหรอก ผมยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ&lt;br /&gt;ผมยังไม่อยากเลิก!&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-112424718077289214?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/112424718077289214/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=112424718077289214&amp;isPopup=true' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112424718077289214'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112424718077289214'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/08/blog-post_17.html' title='ไ ม่ อ ย า ก เ ลิ ก !'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-112295329902548030</id><published>2005-08-02T10:01:00.000+07:00</published><updated>2005-08-02T10:29:54.356+07:00</updated><title type='text'>ยุงลาย - ฝักถั่ว</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว มีใบปลิวมายังเคหสถานที่ผมซุกหัวนอนอยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใจความว่า จะมีการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงลายในวันเสาร์ที่กำลังจะมาถึง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;และเป็นที่แน่นอนว่า ท้ายใบปลิวจะต้องมีข้อความสำคัญอย่าง....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;"โดย ส.ส. (เซ็นเซอร์) พรรค (เซ็นเซอร์)"&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;!??!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เข้าใจครับ เข้าใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เข้าใจว่า&lt;strong&gt;" แหม! ประชาชนอุตส่าห์เลือกดิฉันเข้ามาทำงาน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ไม่ประกาศผลงานให้ชาวบ้านรู้เลยมันก็กระไรอยู่"&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ ช้าก่อนครับท่าน ผมสงสัยก็แต่เพียงว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไอ้ฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงลายเนี่ย ต้องถึงมือท่านเลยหรือครับ?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทีนี้ผมก็นอน (กลางวัน) ไม่หลับเหมือนอย่างที่เคย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพราะต้องนั่งคิดต่อว่า ที่เขตบ้านผมมันก็มีทั้ง ส.ข. ส.ก. ส.ส.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ท่านผู้ทรงเกียรติแต่ละท่านมีภาระอันใดเพื่อบ้านเมืองของเรากันบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ถ้าท่าน ส.ส. ต้องเป็นธุระจัดการเรื่องการกำจัดยุงลาย แล้ว ส.อื่นๆ ท่านต้องทำอะไรกันบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไหนจะยังมีเทศบาลกทม. อีก ผมนั่งคิดนอนคิดยังไงก็คิดไม่ออก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไอ้ตอนที่ผมเลือกส.ส.เนีย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;(คงไม่ต้องบอกว่าไม่ได้เลือกท่านนี้ แต่ถึงจะเลือกท่านอื่นก็ (อาจจะ) ไม่ต่างกัน)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผมก็หวังลมๆ แล้งๆ ว่าท่านจะเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้ผมในสภา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ดังนั้น แม้ว่าท่านจะมีผลงานดีเด่นเพียงใดในการกำจัดยุงลาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ผมคงมิอาจพึงพอใจได้หากท่านเป็นเพียง "ฝักถั่ว" ในสภา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่เอาเถอะครับ ผมไม่ได้คิดอะไรมากหรอก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เสาร์นี้ผมจะนอนสูดหมอกควันกำจัดยุงลายที่ท่านมอบให้อย่างเต็มปอด!&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-112295329902548030?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/112295329902548030/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=112295329902548030&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112295329902548030'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112295329902548030'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/08/blog-post.html' title='ยุงลาย - ฝักถั่ว'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-14858390.post-112251804865615320</id><published>2005-07-28T09:34:00.000+07:00</published><updated>2005-08-24T18:06:01.820+07:00</updated><title type='text'>Jazz Up My Life!</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/123/7095/640/Jazz.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #000000 1px solid; BORDER-TOP: #000000 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #000000 1px solid; BORDER-BOTTOM: #000000 1px solid" height="234" src="http://photos1.blogger.com/img/123/7095/400/Jazz.jpg" width="348" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Jazz &lt;a href="http://picasa.google.com/" target="ext"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: 0px; PADDING-RIGHT: 0px; BORDER-TOP: 0px; PADDING-LEFT: 0px; BACKGROUND: none transparent scroll repeat 0% 0%; PADDING-BOTTOM: 0px; BORDER-LEFT: 0px; PADDING-TOP: 0px; BORDER-BOTTOM: 0px" alt="Posted by Picasa" src="http://photos1.blogger.com/pbp.gif" align="absMiddle" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"ชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก"&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนนี้ชอบฟังแจ๊สครับ รู้สึกมันถูกกับจริตผมดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มหัดฟังอย่างจริงๆ จังๆ เมื่อปีกว่าๆ ที่ผ่านมา จากการแอบเอาแผ่นของ boss มาฟัง&lt;br /&gt;John Coltrane อัลบั้ม Soultrane ครับ แทรคแรกฟังดูก็คึกคักดี&lt;br /&gt;พอแทรคที่ 2 'I Want to Talk about You'&lt;br /&gt;หลงรักเสียงแซ็กโซโฟนกับดนตรีแจ๊สขึ้นมาในบัดดล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 ปีผ่านไป ตอนนี้อัลบั้มที่เปิดฟังทุกเช้า คือ Summer Jazz: The Smoothest Jazz on the Warmest Day&lt;br /&gt;เข้าใจครับว่าเข้าหน้าฝนแล้ว อาจจะไม่ถูกกาลเทศะเท่าไหร่&lt;br /&gt;แต่อย่างที่เค้าว่ากันครับ 'Begin each day with your favorite song'&lt;br /&gt;ใครจะบ่นว่าฟังเพลงซ้ำๆ ก็ช่างเค้าปะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็มันอยากฟังนี่หว่า....&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14858390-112251804865615320?l=lukasti.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lukasti.blogspot.com/feeds/112251804865615320/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=14858390&amp;postID=112251804865615320&amp;isPopup=true' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112251804865615320'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/14858390/posts/default/112251804865615320'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lukasti.blogspot.com/2005/07/jazz-up-my-life.html' title='Jazz Up My Life!'/><author><name>Lukasti</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06567927186743114267</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://zidanen.free.fr/zidane7.jpg'/></author><thr:total>7</thr:total></entry></feed>
